แก้ปัญหาเด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้นพ่อแม่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

ทำไมถึงมีเด็กสมาธิสั้นเยอะมากขึ้น? 

สมาธิสั้นหมายความว่าอะไร?

ต้องทานยาอย่างเดียวเลยหรือ?

วันนี้สถาบัน  BrainFit Studio  ของเราจะขอเป็นผู้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นตอของปัญหาเหล่านี้และทำให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านสมองที่ดีขึ้น และเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนเพราะด้วยหลักสูตรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่เรานำมาใช้ซึ่งไดรับการวิจัยแล้วว่าเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน และก่อนที่จะได้รับการฝึกและพัฒนาจะมีการประเมินความสามารถทางด้านสมองของเด็กๆก่อนเพื่อนำไปทำการประเมินและจัดทำหลักสูตรการฝึกสอน แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเด็กสมาธิสั้นว่าเกิดจากอะไรกันก่อนดีกว่าค่ะ

สมาธิ คือความสามารถในการจดจ่อเพียงหนึ่งเดียว ขณะทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่แท้จริง ความสามารถของสมาธิในเด็ก ขึ้นอยู่กับความสามารถของสมอง
เด็กแต่ละคนมีความสามารถทางด้านสมองไม่เหมือนกัน ส่งผลถึงวัยเรียนก็จะมีทักษะพื้นฐานของสมองที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละวิชาก็ใช้ทักษะไม่เหมือนกันในการวิเคราะห์และรับรู้ข้อมูล
หากเด็กที่มีพื้นฐานอ่อน ขณะเรียนก็จะไม่ทันอาจารย์สอน จะไม่เข้าใจวิชา ไม่สนุก และก็จะเป็นธรรมดาที่เด็กจะหันไปทำอย่างอื่นที่สนุกกว่า เช่นคุยเล่นกับเพื่อน หันมองไปนอกห้อง ไม่ฟังอาจารย์ อาการเหล่านี้เรามองผิวเผินว่าเป็นสมาธิสั้น

แต่สาเหตุต้นตอที่ก่อให้เกิดอาการเหล่านี้คือ ทักษะพื้นฐานของสมองได้พัฒนาอ่อนกว่าวัย
ทักษะพื้นฐานของสมองที่ส่งผลกระทบต่อสมาธิคืออะไร มีอะไรบ้าง?

ความสามารถในการฟัง หรือประมวลเสียง (Auditory processing)

เสียงพูดมีการแปรผันเร็วมาก เสียง ‘b’ และ ‘d’ ในภาษาอังกฤษ ใช้เวลาเร็วถึง 40 milliseconds (เสี้ยววินาที) เป็นสิ่งธรรมดาที่เด็กบางคนฟังไม่ทัน หากสมองวิเคราะห์เสียงช้าไปนิด ทั้งสองเสียงนี้อาจฟังเป็นเสียงเดียวกัน ความหมายของคำที่ได้ฟังก็จะแตกต่างไป นักเรียนก็จะสับสนไม่เข้าใจคำสั่งอาจารย์ เมื่อไม่เข้าใจก็เป็นธรรมดาที่จะหันไปทำอย่างอื่น ผู้ใหญ่มองเป็นเด็กสมาธิสั้นไปแล้ว

ความสามารถในการมอง หรือวิเคราะห์ในสิ่งที่สายตามองเห็น (Visual processing)

คือความสามารถในการวิเคราะห์รูปแบบที่มองเห็น หากนักเรียนมีการพัฒนาอ่อนกว่าวัยทางด้านนี้ ไม่สามารถแกะรายละเอียดในสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจน จะไม่เกิดความเพลิดเพลินในการเรียน นักเรียนก็จะหันไปทำอย่างอื่นที่เขาประสพความสำเร็จมากกว่า เช่นเล่นกับเพื่อน เมื่อเขาไม่มีความจดจ่อในการเรียน เราก็มองว่าเขามีสมาธิสั้น (ยกตัวอย่าง วิชาคณิตศาสตร์ ใช้สายตาเป็นหลักในการทำความเข้าใจ)

มีพื้นฐานอื่นๆอีกเช่น ความสามารถในการควบคุมประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว

หากทักษะนี้ได้พัฒนาอ่อนกว่าวัย การนั่งนิ่งๆ หรือจับปากกาเขียน จะเป็นสิ่งที่ยากและต้องใช้พลังเยอะในการควบคุม นั่งไม่นิ่ง ลายมือก็จะไม่สวย เด็กก็จะไม่ประสบความสำเร็จและหันไปทำอย่างอื่นแทน เราก็มองเป็นสมาธิสั้นไปแล้ว
เมื่อได้พัฒนาทักษะเหล่านี้ให้เสมอวัยหรือเกินวัยแล้ว เด็กจะเริ่มมีความเพลิดเพลินกับการเรียน มีสมาธิความจดจ่อมากขึ้น เพราะเขาเริ่มเข้าใจ ทำกิจกรรมได้แล้ว

ถ้าหากคุณคิดว่าบุตรหลานของท่านอาจจะมีปัญหาเป็นเด็กสมาธิสั้น คุณสามารนำบุตรหลานของท่านมาขอรับคำปรึกษาได้ฟรีที่สถาบัน หรือโทรมาขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ หมายเลข 02 656 9938 – 9  หรือกรอกข้อมูลที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่ Contact Form ด้านขวามือ แล้วเราจะติดต่อท่านกลับไปทันทีค่ะ