Reading Assistant™

​​

 

 

Reading Assistant™ โปรแกรม

  • ต้องการฝึกการอ่านหนังสือได้อย่างคล่องแคล่วและสามารถจับใจความได้รวดเร็ว
  • ต้องการฝึกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษให้มีสำเนียงที่ไพเราะ
  • ต้องการเรียนรู้ในด้านการใช้คำศัพท์และฝึกตีความจากเรื่องที่อ่าน

Reading Assistant™ คืออะไร   

Reading Assistant™ คือโปรแกรมฝึกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เป็นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากการวิจัยทางด้านวิทยาศาตร์ Speech Recognition เพื่อใช้ในการตรวจสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนให้ถูกต้องตามหลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ โดยเทคโนโลยีขั้นสูงนี้จะสามารถจับเสียงของผู้อ่านในขณะที่นักเรียนทำการอ่านออกเสียงในแต่ละคำ และสามารถบอกได้ว่านักเรียนควรออกเสียงคำๆนั้นอย่างไร ซึ่งเปรียบการทำงานเสมือนกับการมีคุณครูคอยช่วยเหลือในขณะที่อ่าน

Reading Assistant™ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

โปรแกรม Reading Assistant™ ได้รับการออกแบบและถูกพัฒนาให้สามารถประมวลผลการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยเทคโนโลยีที่ใช้นี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะด้านการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ในโปรแกรมนักเรียนจะได้อ่านหนังสือหลากหลายประเภทตามความเหมาะสมทางด้านเนื้อหา คำศัพท์ ไวยากรณ์ ความรู้ทั่วไป จินตนาการที่รวบรวมมาจากผู้แต่ง และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งองค์ประกอบในหนังสือนั้น จะถูกแยกประเภทให้เหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละระดับอายุและพื้นฐานความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างแรงจูงใจและเสริมสร้างพัฒนาการทักษะทางด้านการอ่านให้ดียิ่งๆขึ้นไป

Reading Assistant™ ทำงานอย่างไร

นักเรียนเริ่มต้นการใช้โปรแกรมการอ่าน โดยโปรแกรมจะแบ่งหมวดหมู่การทำงานไว้ที่ 3 ขั้นตอนหลักๆด้วยกัน โปรแกรมจะแบ่งแยกและจัดประเภทของหนังสือให้เหมาะสมกับระดับของนักเรียนแต่ละคน เปรียบเสมือนกับนักเรียนมีห้องสมุดส่วนตัว จะมีหนังสือหลายหลายประเภทให้อ่าน เรียงลำดับตามความยากง่ายและจำนวนเนื้อหาแบ่งเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้นักเรียนสามารถค่อยๆพัฒนาการอ่านไปทีละระดับอย่างเหมาะสม

  • ขั้นตอนแรก: เริ่มต้นจากการฟังและอ่านในใจ

โปรแกรมจะอ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษให้ฟังเป็นตัวอย่าง นักเรียนจะฟังการอ่านและดูตามตัวหนังสือทีละคำ ทีละประโยค ในแต่ละหน้าหนังสือจนจบครบทุกหน้า นักเรียนสามารถฟังซ้ำๆ เพื่อให้เกิดความเคยชินกับการอ่านออกเสียงและสำเนียงในแต่ละครั้งได้ หรือสามารถเลือกคลิ๊กที่คำที่ไม่สามารถอ่านออกได้และฟังว่าคำๆนั้นควรอ่านออกเสียงอย่างไรได้อีกด้วย  ในช่วงก่อนและหลังฟังนักเรียนยังสามารถเลือกเปิดดูความหมายของคำศัพท์ได้แบบอัตโนมัตอีกด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจในเนื้อหาและความหมายจากเรื่องที่อ่านให้ถ่องแท้

หลังจากที่ฟังโปรแกรมอ่านให้ฟัง นักเรียนจะได้ตอบคำถามเพื่อเป็นการทดสอบว่าเข้าใจเนื้อหาจากเรื่องที่ได้ฟังหรือทำการอ่านในใจนั้นมากน้อยเพียงใด ซึ่งในแต่ละครั้งนั้น คำถามเหล่านี้อาจจะทำหน้าที่คอยช่วยให้นักเรียนได้ลองใช้ความคิด และจินตนาการสร้างเสริมจากเรื่องที่ฟังได้ เมื่อนักเรียนตอบคำถามก็จะสามารถเห็นคะแนนแสดงผลได้ทันที เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนได้พยายามและตั้งใจอ่านในขั้นตอนต่อไป

  • ขั้นตอนที่สอง: นักเรียนอ่านออกเสียง

หลังจากที่นักเรียนได้ใช้เวลาในการฟังเสียงการอ่านและเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆจากขั้นตอนแรกแล้ว โปรแกรมจะให้นักเรียนอ่านออกเสียงให้ฟัง และทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นคุณครูคอยรับฟังและช่วยเหลือให้นักเรียนอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ และจะคอยบอกเมื่อมีคำไหนที่นักเรียนออกเสียงไม่ได้หรือติดขัดในขณะทำการอ่านออกเสียงนั่นเอง ซึ่งนี่เองที่ทำให้โปรแกรม Reading Assistant™ เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับอย่างมาก ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะสามารถพัฒนาตนเองให้อ่านได้อย่างคล่องแคล่ว รู้วิธีการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษและทำการวิเคราะห์ สร้างความเข้าใจกับเนื้อหา บทความ จากหนังสือที่กำลังอ่านได้ดียิ่งขึ้น การอ่านในแต่ละครั้งนักเรียนจะได้เห็นคะแนนทุกครั้งว่าอ่านเป็นอย่างไรบ้าง โปรแกรมจะแสดงหน้าจอสรุปผลว่ามีคำศัพท์ไหนที่อ่านได้เป็นอย่างดีหรือที่ควรปรับปรุง เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาการอ่านของตนเองในรอบต่อไป ซึ่งนักเรียนสามารถอ่านหนังสือเล่มนั้นๆได้มากกว่าสองรอบด้วยกันเพื่อเป็นการเปรียบเทียบและพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงได้อย่างครอบคลุมอีกด้วย

  • ขั้นตอนที่สาม: ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน

หลังจากที่นักเรียนได้อ่านออกเสียงและทำความเข้าใจในเรื่องที่อ่านแล้ว นักเรียนจะได้ตอบคำถามเพื่อทดสอบความเข้าใจจากเรื่องที่อ่าน นักเรียนจะได้ฝึกฝนการคิด วิเคราะห์ จากการอ่านได้ดียิ่งขึ้นด้วย

 


ตัวอย่างขั้นตอนการอ่าน

 

Preview and Read Silently:

• อ่านเรื่องในใจ
• ฟังเสียงการอ่านจากระบบโปรแกรม
• ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่านในใจและที่ได้ฟัง
• สามารถเลือกคำศัพท์และดูความหมายของคำได้ทันที

 

 

 

 

Record My Reading การอ่านบันทึกเสียง:

• การอ่านซ้ำ: นักเรียนจะต้องอ่านออกเสียง อย่างน้อย 2 ครั้งเป็นต้นไป
• การฝึกฝน: โปรแกรม Reading Assistant™ จะทำหน้าที่เสมือนผู้ฟังที่ดี จะคอยช่วยเหลือ และแก้ไขคำที่นักเรียนอ่านออกเสียงผิดทันที
• การฟัง: นักเรียนสามารถรับฟังเสียงการอ่านของตนเองได้หลังจากจบการอ่านในแต่ละครั้ง

 

 

 

 

 

Take the Quiz การตอบคำถาม:

• นักเรียนจะได้ตอบคำถามจากแบบทดสอบจากเรื่องที่อ่านเพื่อทดสอบความเข้าใจผ่านการใช้ทักษะความคิดด้านต่างๆ

 

 

 

 

 

 

 

เพิ่มพูนความรู้ด้านคำศัพท์ด้วยวิธีที่หลากหลาย:

  • Audible syllabi‑cation ด้านการฟัง
  • รูปแบบการค้นหาคำศัพท์ที่มีในโปรแกรมนั้นสามารถช่วยขจัดอุปสรรคในเรื่องที่เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยหรือที่ผู้อ่านไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยนักเรียนสามารถเลือกคลิ๊กคำศัพท์ที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ขึ้นมา เพื่อรับฟังการอ่านออกเสียงและเปิดดูคำแปลของคำนั้นๆเช่นเดียวกับการใช้ พจนานุกรม ซึ่งวิธีนี้ คือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดของนักเรียนในการเรียนรู้และจดจำคำศัพท์ใหม่นั่น เอง
  • เนื้อหา จากเรื่องที่อ่านนั้น มาจากเรื่องราวที่ให้ข้อมูลรวมถึงวรรณกรรมต่างๆ เนื้อหาเหล่านี้แสดงให้นักเรียนเห็นถึงความแตกต่างของคำศัพท์ในแต่ละระดับ ขั้นที่มีความแตกต่างกันออกไป
  • รูปภาพที่แสดงถึงความหมายของคำต่างๆ

 

 

 

 

เพิ่มความคล่องแคล่วในการอ่าน:

การอ่านอย่างคล่องแคล่วคือความสามารถอย่างหนึ่งที่จะช่วยแปลงคำต่างๆที่เห็นให้ ง่ายขึ้นและแม่นยำ สามารถจดจำคำต่างๆเหล่านั้นได้ โดยอ่านออกเสียงได้อย่างถูกต้องทันที ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่อ่านได้คำต่อคำเท่านั้น ผู้อ่านที่ดีจะต้องมีความตั้งใจและมีสมาธิต่อเนื้อหา ความหมายและข้อความที่กำลังอ่านในตอนนั้น

  • รูปแบบ แต่ละหมวดจะประกอบไปด้วยรูปแบบการออกเสียงที่คล่องแคล่ว
  • ระบบการออกเสียงตัวสะกด: โปรแกรมจะช่วยเหลือทันทีเมื่อนักเรียนต้องการความช่วยเหลือในด้านการออกเสียง
  • การฝึกอ่าน: นักเรียนจะได้ฝึกอ่านออกเสียงในแต่ละเรื่องอย่างน้อย 2 ครั้ง
  • การทบทวน: โปรแกรมจะแสดงการเน้นที่คำนั้นๆเพื่อเป็นการบอกนักเรียนหากมีการอ่านออกเสียงผิด
  • ผลตอบรับ: โปรแกรมจะรายงานผลทุกครั้งหลังการอ่าน แสดงถึงคำที่อ่านถูกต้องภายในความเร็วต่อ1นาที และความคล่องแคล่วในการอ่านแต่ละครั้ง
  • โปรแกรม Reading Assistant จะช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าใจถึงความหมาย เนื้อหา และคำศัพท์ต่างๆจากเรื่องที่อ่าน โดยผสมผสานการใช้วิธีต่างๆ เช่น การใช้ความรู้เบื้องต้น การระบุจุดประสงค์ การคาดการณ์ การเชื่อมต่อเรื่องราว การจินตนาการภาพ การจดจ่อ การสร้างความกระจ่าง การทวนเรื่องราว การสรุป ความสามารถในการคาดการณ์ความหมายจากบริบท และการสร้างคำถามจากเรื่องที่อ่าน
  • การที่นักเรียนได้ตอบคำถามทุกครั้งจากเรื่องที่อ่าน จะสามารถประเมินได้ถึงทักษะความเข้าใจต่อเรื่องที่อ่าน ตัวอย่าง เช่น การหาข้อสรุป การลำดับเรื่องราว เหตุการณ์จากเนื้อหา ลักษณะบุคลิกของตัวละคร ภาษาที่เป็นรูปร่าง ข้อมูลที่สำคัญ การเปรียบเทียบความเหมือนหรือความต่าง มุมมองทัศนคติของผู้เขียน สามารถระบุได้ว่าเป็นเหตุการณ์จริงหรือเรื่องราวที่แต่งขึ้น รูปแบบของตาราง กราฟ  สาเหตุและผลลัพท์ รวมถึงเนื้อหาหลักโดยรวม
  • การตอบคำถาม มีองค์ประกอบ 4 ระดับความรู้พื้นฐานความรู้ ได้แก่ ความรู้จากการอ่าน การอนุมาน ประเมิน และการวิเคราะห์ รวมอยู่ด้วย